หลักสูตรอบรม : การคิดเชิงกลยุทธ์ (ดร.รัฐ ธนาดิเรก)

หลักสูตรอบรม : การคิดเชิงกลยุทธ์ (ดร.รัฐ ธนาดิเรก)

หลักสูตรอบรม : การคิดเชิงกลยุทธ์ (ดร.รัฐ ธนาดิเรก)

หลักสูตรอบรม : การคิดเชิงกลยุทธ์

(Strategic Thinking and Visioning)

วิทยากร : ดร.รัฐ ธนาดิเรก (ดูประวัติวิทยากร)

ระยะเวลาหลักสูตร : 2 วัน /12 ชั่วโมง

หลักการและเหตุผล (PRINCIPLES) :

การคิดเชิงกลยุทธ์เป็นรากฐานของการกำหนดแผนกลยุทธ์ที่จะนำไปใช้เพื่อการขับเคลื่อนองค์กร และ/หรือหน่วยงาน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่การวางแผนกลยุทธ์ที่มีการปฏิบัติกันโดยทั่วๆไปมักไม่ได้มาจากการคิดที่เหมาะสม เนื่องจากมักไปติดกับดักของการใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ (เช่น SWOT, BCG Matrix, และ เครื่องมืออื่นที่ถูกนำแสนอใน Text Book) มากเกินไป จนทำให้ “แก่น หรือ Core Concept” ของความเป็นกลยุทธ์จึงถูกมองข้าม

เครื่องมือที่ใช้ในการกำหนดแผนกลยุทธ์ก็มีหลากหลายและใช้กับบุคลากรในแต่ละระดับชั้นของการบริหารที่แตกต่างกัน และใน Textbook เองและ ที่มีการเข้าใจกันเรื่อยมา ก็ยังไม่มีการชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในการนำไปใช้ของแต่ละระดับชั้นของการบริหารให้ชัดเจน กล่าวคือแยกแยะไม่ออกว่าเครื่องมือใดควรใช้สำหรับระดับ Corporate Executives และเครื่องมือใดควรใช้ในระดับ Business Unit Manager และ ระดับ Supervisorดังนั้น ผู้นำไปใช้จึงเลือกใช้เครื่องมือที่ผิด เลยส่งผลให้แผนกลยุทธ์มีความคลาดเคลื่อนไปด้วย

นอกจากนี้ การวางแผนกลยุทธ์ที่เคยปฏิบัติกันมายังไม่ได้มุ่งเน้นการใช้ ตรรกะ หรือ Logic ที่เหมาะสม จึงทำให้กิจกรรมที่ควรมีความล้ำลึก พลิกแพลง เป็นประโยชน์ และ สร้าง Value-Added ให้กับองค์กร กลับกลายเป็นกิจกรรมที่แค่ มีขั้นตอนที่เป็นระบบ ใส่ลงในแบบฟอร์มได้ และไม่ต่างอะไรจากวิธีการที่สามารถคิดได้จากสามัญสำนึก หรือ Common Sense นั่นเอง

การถ่ายทอดและขับเคลื่อนแผนฯก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่หน่วยงานต่างๆในองค์กรมักมองข้าม และไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก บ่อยครั้งที่แผนฯที่ถูกกำหนดขึ้น ถูก “นำไปเก็บไว้บนหิ้ง” และ ไม่ถูกนำไปขับเคลื่อนอย่างเป็นจริงเป็นจังเนื่องจากไม่ได้ถูกสื่อสารให้ชัดเจนและเข้าใจได้ยาก ผู้นำแผนฯไปปฏิบัติก็มองไม่เห็นว่าหน้าที่ความรับผิดชอบของตนอยู่ส่วนไหนและเกี่ยวข้องอะไรกับแผนฯ ดังนั้นการนำไปปฏิบัติก็เลยไม่สอดคล้องกัน และทำให้แผนฯไม่สามารถบรรลุผลได้ดีเท่าที่ควร

วางรากฐานที่มีคุณภาพและมั่นคงให้กับองค์กร

สุดท้ายแล้วแต่ละองค์กรย่อมต้องมุ่งสู่คุณภาพด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ ย่อมมาจากการวางรากฐานที่มุ่งเน้นคุณภาพเช่นเดียวกันการวางกลยุทธ์ที่ถูกต้องและเหมาะสม คือการวางรากฐานทั้งในระยะต้น กลางและยาวให้กับองค์กรอย่างแท้จริง เพราะหากองค์กรปราศจากการวางกลยุทธ์ในแต่ละระยะ รวมทั้งขาดการสื่อสารเพื่อนำไปสู่การรับรู้ในแต่ละระดับอย่างทั่วทั้งองค์กรแล้ว จะไม่ก่อให้เกิดการวางแผนเกี่ยวกับคน การรวบรวมข้อมูล การปรับใช้เครื่องมือ ซึ่งจะทำให้องค์กรไม่มีทิศทางที่ชัดเจนหรือไม่สถียรภาพเพียงพอในการแข่งขันตามสถานการณ์ได้ จนกลายเป็นการทุ่มเทลงมือทำในสิ่งที่สิ้นเปลืองเพื่อประโยชน์เพียงเล็กน้อย หรือบางครั้ง อาจจะทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ จนทำให้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากมาย

ป้องกันปัญหาสำคัญที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในอนาคตกับองค์กร

ในแต่ละสถานการณ์ที่เคลื่อนไปของโลกธุรกิจ แต่ละองค์กรย่อมต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามกฏของธรรมชาติคือปัญหาที่มีความเสี่ยง องค์กรในยุคใหม่ต้องไม่กลัวความเสี่ยง แต่ต้องพร้อมสำหรับการจัดการความเสี่ยง เพราะด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกทุกองค์กรเสี่ยงมากน้อยในตัวอยู่แล้ว จนกล่าวได้ว่า ไม่มีองค์กรใดที่ไม่เสี่ยงเลย ในยุค Disruption นี้    แต่องค์กรจะป้องกันอย่างไร จะแก้ไขอย่างไร กลยุทธ์จึงเป็นคำตอบสำหรับสิ่งนั้น

สร้างคุณภาพที่ดีอย่างก้าวกระโดดให้กับองค์กร

การสร้างคุณภาพมีหลากหลายรูปแบบ และระดับตามแต่สถานการณ์ ซึ่งแต่ละองค์กรต้องคิดค้นและวางแผนเพื่อการสร้างคุณภาพนั้น ยิ่งคุณภาพที่ก้าวกระโดดเพียงใด ย่อมต้องคิดค้นมากขึ้นเพียงนั้น แต่คุณภาพที่ก้าวกระโดดนี้  จะทำให้องค์กรได้เปรียบที่สูงมาก จนอาจนำไปสู่การชนะในการแข่งขันในที่สุด และอาจะเป็นรากฐานสำคัญที่องค์กรใช้ไปได้อีกอย่างนานแสนนาน

เน้นการบริหารต้นทุนและการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

2 สิ่งที่องค์กรควรโฟกัสและต้องบริหารจัดการอย่างมืออาชีพให้ได้มากที่สุดคือ

1.การจัดการต้นทุน Cost > ในกระบวนการตั้งแต่ต้นถึงปลายของสินค้าและบริหารใดใด ย่อมต้องมีต้นทุนด้วยกันทั้งนั้น แต่การจัดการต้นทุนเป็นเรื่องของความสามารถของแต่ละองค์กร หากสินค้าหรือบริการมีราคาที่สูง กำไรจะขึ้นอยู่กับต้นทุนนั้นๆขององค์กร สิ่งนี้จึงสำคัญมาก

2.การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน  Competitive Advantage > หากบุคลากรในองค์กรได้ร่วมกันคิด้คนกลยุทธ์จากข้อมูล ความรู้และประสบการณ์ที่ดีแล้ว จะทำให้สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์กรได้อย่างแน่นอน ในมิติต่างๆ ที่องค์กรต้องการจะโฟกัส หากองค์กรยังไม่สามารถค้นพบ ย่อมเป็นไปได้ว่า อาจจะยังขาดปัจจัยที่มีคุณภาพเพียงพอ

แก้ไขปัญหาสำคัญ / เรื้อรัง / เร่งด่วนภายในองค์กร

บ่อยครั้งที่องค์กรต้องเผชิญกับปัญหาที่สำคัญ ทั้งในปัญหาที่ต้องรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า โดยที่บุคลากรไม่ได้รับมือ รู้เท่าทันหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้ว มีความเรื้อรังอยู่ภายในองค์กร  บั่นทอนกำลังใจภายในองค์กรมาช้านาน สิ่งเหล่านี้ มุมมองด้านกลยุทธ์จะทำให้เกิดการสะท้อนขึ้นมา เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้บริหารและบุคลากรทุกคนร่วมกันแก้ไข

วิทยากร

– ผู้เข้ารับการอบรมจะได้พบกับ ดร.รัฐ ธนาดิเรก ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการคิดและวางแผนกลยุทธ์ โดยมีประสบการณ์เกือบ 20 ปีจากการเป็นที่ปรึกษาทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์กรเอกชน (ดูประวัติ ดร.รัฐ ธนาดิเรก)

 

เนื้อหาการบรรยาย

– เน้นผู้เข้าอบรม ให้เข้าใจถึงตรรกะ (Logic) ของความเป็นกลยุทธ์ สามารถสร้างและพัฒนาทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ที่ถูกต้องทั้งทิศทางและกระบวนการ

– เน้นแนวคิดการผสมผสานระหว่างฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก เพื่อการนำข้อดีของแต่ละฝั่งมาปรับใช้ในการคิด

– เรียนรู้การกำหนดเป้าหมายสำคัญ โดยแยกระหว่างงานประจำ (Routine) และงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Operation) เพื่อนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจอย่างก้าวกระโดด

 

เครื่องมือหลักในการบรรยาย

– เรียนรู้หลักการคิดกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและเข้าใจง่าย  โดยหลัก Simple Rule  ใช้สมการ X + Y = Z

– เข้าใจ 2 ความต่างของแนวคิด (System 1 & System 2 Thinking) ที่นำไปสู่การคิดกลยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

– มีการทำ Workshop ระหว่างการอบรม โดยวิทยากรจะผสมผสานความรู้ของวิทยากรและข้อมูลของลูกค้า  นำไปสู่การตั้งโจทย์และแก้โจทย์ในการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ขององค์กร

– แนวทางการเขียนโครงการที่มีประสิทธิภาพเพื่อทำให้กลยุทธ์ประสบความสำเร็จ

1. ชื่อหลักสูตร Strategic Thinking and Visioning
2. วัตถุประสงค์

1.  เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจถึงประโยชน์ของการคิดเชิงกลยุทธ์ ที่จะมาช่วยพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ

2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรม เข้าใจถึงตรรกะ (Logic) ของความเป็นกลยุทธ์ สามารถสร้าง และพัฒนาทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ที่ถูกต้อง

3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถแยกแยะและ มีความเข้าใจถึงความแตกต่างของการคิดเชิงกลยุทธ์ของบุคลากรในระดับต่างๆ (Executive, Business Unit Manager)

4.เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถกำหนดเป้าหมายที่มีนัยสำคัญ และมีหลักการในการแยกแยะระหว่างงานประจำ (Routine) และงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Operation) ได้

3. ระยะเวลา  1-2 วัน
4. กลุ่มเป้าหมาย

1. ผู้บริหารระดับสูง

2. ผู้จัดการระดับ Middle Management (หรือ สูงกว่า) ที่ต้องเขียนโครงการ และ นำเสนอแผนกลยุทธ์

3. ฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ /ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร

5. จำนวนผู้เข้าอบรม 30 – 35 ท่าน / รุ่น
6. รายละเอียดหลักสูตร
  • วันแรก
    • หลักการพื้นฐาน
      • Strategic Thinking
      • มุมที่ไม่เคยมอง มุมที่มักถูกมองข้าม และ มุมมองที่คาดเคลื่อน
    • การคิดเชิงกลยุทธ์-Foundation of Strategic Thinking
      • กลไกและขั้นตอนในการคิดเชิงกลยุทธ์
      • Principles ของ Strategic Thinking & Planning
      • Strategy Alignment
      • ตรรกะเชิงกลยุทธ์/Strategic Logic-Leverage
    • Simple Example
      • ความสัมพันธ์ระหว่าง Mission, Vision, Unique Value, และ Strategy
    • Good VS Bad Strategy
    • การนำเสนอ Strategic Plan ผ่าน Power point Presentation (1)
    • VDO Clip Example: ภ. สามก๊ก
    • WORKSHOP
  • วันที่สอง
    • ทบทวนเนื้อหาจากวันแรก
    • การกำหนดวิธีแก้โจทย์
      • การจำแนก (Segmentation) บริบทของปัญหา
      • Strategic Moves
    • การนำความพลิกแพลงของกลยุทธ์มาเรียงร้อยให้เป็นระบบ-Systematizing Complex Strategy
    • การนำหลักกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ-การนำวิธีการแก้โจทย์ไปสู่การปฏิบัติ
      • ยุทธศิลป์ (Operational Arts)
    • การนำเสนอ Strategic Plan ผ่าน Power point Presentation (2)
    • VDO Clip Example
    • Workshop
    • สรุป

 

7. เครื่องมือที่ใช้ในแต่ละช่วง

1. ทฤษฎี Simple Rule :  X+Y=Z

2.  Scope  Style  Step  : 3S ข้อห้าม ก่อนเริ่มการคิดเชิงกลยุทธ์

3.  System 1 Thinking VS System 2 Thinking

4. 6เหตุผลกับมุมมองที่ถูกมองข้ามในการคิดเชิงกลยุทธ์

5. Supply and Demand Market Analysis

6. S Curve in Business

8. Learning Mode

Lecture                      60%

Discussion                  10%

VDO and Practice        30%

9. VDO Clip
10. ชื่อวิทยากร ดร.รัฐ ธนาดิเรก
11.แนะนำการติดตามผล

1. Project Assignment for Group

2. Group Coaching one on One

12.แนะนำหลักสูตร

หลักสูตรที่ควรอบรมเพิ่มเติม หลังผ่านการอบรมหลักสูตร  Strategic Thinking and Visioning

1.  Strategic Planning

2.  Strategic Execution

3.  Project Management

4.  Persuasive Communications

 

ผลการประเมินอบรมสัมมนา

  • ผลคะแนน %

ลูกค้าของเรา

กระทรวงมหาดไทย 300
กรมทางหลวง 300
กรุงศรีออโต้2 300
มิตซู300
คปภ 300
Central retail300
Fragrantproperty logo300

iPlus Service

  • null

    บริการปรับเนื้อหาหลักสูตรร่วมกับ

    วิทยากรเพื่อให้ได้เนื้อหาตรงตาม

    วัตถุประสงค์มากที่สุด

  • null

    บริการประสานงานและจอง

    ตารางอบรมของวิทยากร

  • null

    ออกใบเสนอราคา / ใบแจ้งหนี้

    ใบเสร็จ / ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

    (เพื่อใช้ในประกอบการลดหย่อนภาษี 200 %)

     

  • null

    เจ้าหน้าที่ประสานงานอำนวย

    ความสะดวกในวันที่จัดสัมมนา

  • null

    ป้ายชื่อประจำตัวสำหรับ

    ผู้เข้าอบรมสัมมนา

  • null

    เอกสารคู่มือประกอบการสัมมนา

    (Handouts)

  • null

    ข้อสอบ ประเมินความรู้ ก่อน – หลัง สัมมนา ในบางหลักสูตร

    (Pre test – Post test)

  • null

    เอกสารประเมินผลความพึงพอใจ

    (Evaluation of satisfaction)

  • null

    ประกาศณียบัตรมอบให้หลังจบ

    การสัมมนา (บางหลักสูตรเท่านั้น)

  • null

    Reportสรุปผลการอบรมและรูป

    บรรยากาศการอบรม (DVD หรือ

    Share Drive) หลังเสร็จสิ้นการอบรมสัมนา iPlus

บทความที่เกี่ยวข้อง